คลังความรู้ by Suwit – PAD K

Archive for พฤศจิกายน 2008

กลับมาอยู่บ้าน ว่างเกินไปก็ไม่ดีนะ เครียดๆ เลยต้องแวะเข้าร้านเนต เดี๋ยวพรุ่งนี้คงต้องกลับเข้าบ้านแล้วล่ะ มาป่วนเปี้ยนในตัวเมืองโคราชอยู่ 2 วันแล้ว เลยได้เล่นเนต กลับมาปัดฝุ่น blog นี้อีกครั้ง หลังจากไม่ค่อยได้เข้ามาเขียนอะไรสักอย่าง

เกือบ 2 อาทิตย์แล้วนะที่รู้สึกอึดอัด เรื่องของตัวเองกับเปิ้ล และชัย ตอนนี้เพื่อนที่ยังเป็นการ์ดอยู่โทรมาบอกว่า เปิ้ลดูเศร้ากว่าเดิม ไม่กล้าคุยกับชัยเลย ส่วนชัย ก็คอยดูแลแม่ของเราที่ยังอยู่ในทำเนียบ โอ๊ย….. อึดอัดว่ะ ใจจริง เราอยากให้ 2 คนเค้ารักกันนะ ถ้าเราไม่คิดที่จะกลับไปรักเปิ้ล ป่านนี้ เค้า 2 คนคงรักกันอย่างหวานชื่นไปแล้วล่ะ รู้สึกแย่เหมือนกันที่เราเป็นคนทำให้เรื่องมันยุ่งยากไปหมด ทั้งๆที่เราเป็นคนที่ปฏิเสธความหวังดีของเปิ้ลมาหลายครั้ง เฮ้อ…. ถ้ารู้งี้จะไม่ปฏิเสธเปิ้ลตั้งแต่ครั้งแรกเลยล่ะ รู้สึกแย่ที่ทำร้ายจิตใจเปิ้ลมาตลอด พอจะขอรักเปิ้ลบ้าง ก็ยังทำให้เปิ้ลลำบากใจอีก แถมชัยอีกคนนึง รู้สึกแย่มากๆที่เพื่อนโทรบอกว่า เปิ้ลร้องไห้หนักกว่าเดิม เศร้ากว่าเดิม ว่าจะฝากไอ้บอนไปดูให้ ไม่รู้จะไปดูให้รึเปล่า เกรงใจมันเหมือนกันนะ มันยังบ่นกับเพื่อนบางคนเลย ขนาเขียนเรื่องรักสามเศร้า ยังทำใจตั้งวันนึง ไม่รู้มันอยากจะเตะเราบ้างรึเปล่านะ ที่หาเรื่องให้มันเครียดไปด้วย

พอมานั่งนึกถึงวันข้างหน้าแล้ว ก้เศร้าใจเหมือนกันว่ะ เป็นพันธมิตรนี่โคตรลำบากจริงๆ ตอนนี้จะกลับไปทำงานที่อุดร ก็ไม่ได้แล้ว อยู่บ้านที่โคราชก้ไม่ค่อยจะปลอดภัยซะอีก ไอ้พวก นปก.มันรู้จักบ้านเราแล้วนี่นา ยังดีนะที่พันธมิตรยังชุมนุมกันอยู่ ถ้าเลิกชุมนุมไปแล้วก้ไม่รู้จะอยู่ยังไงเหมือนกัน ดูสถานการณ์แล้วคงต้องย้ายไปทำงานทางใต้แล้วล่ะ มีเพื่อนชาวใต้ชวนไปทำงานที่นั่น จนกว่าพวก นปก.บ้าจะเลิกตามราวีซักที ไม่รู้เมื่อไหร่เหมือนกันที่มันจะจบสิ้น เมื่อไหร่พวก นปก.จะเลิกรักไอ้ทักษิณซะที ไม่รู้อีกกี่ปีไอ้เหลี่ยมนี่มันจะตาย ไม่รู้การเมืองใหม่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ พวก นปก.มันจะได้หูตาสว่างขึ้นซักที

เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า ชัยดูเปลี่ยนไปจากเดิม เค้ารู้สึกว่า เค้าหักหลังเรา ทั้งที่เราเคยดูแลช่วยเหลือเค้ามาตลอด โอ๊ยๆๆๆๆ…… ที่จริงไม่ใช่อย่างนั้นนะ เรื่องความรักมันไม่ใช่ของใครหรอก เราไม่ได้เป็นเจ้าของเปิ้ลซักหน่อย ใครๆก็มีสิทธิ์รักเปิ้ลทั้งนั้น อยากจะไปบอกชัยเหมือนกันว่า เรื่องเปิ้ลน่ะ รักกันไปเถอะนะ เพราะชัยเป็นคนที่คอยดูแลเปิ้ลมาตลอด เปิ้ลควรจะได้อยู่กับคนที่รักและห่วงใยเปิ้ลอย่างแท้จริง ไม่รู้จะทำยังไงดี ให้เรื่องที่มันคาใจนี้ มันจบลงให้ได้ รู้สึกว่า เราเป็นคนที่หนีปัญหานะ บางที ถ้ามานั่งคุยกัน 3 คน พร้อมกัน ทุกอย่างมันน่าจะดีขึ้น ไม่ค้างคาใจแบบนี้ แต่เมื่อมันเป็นแบบนี้ ก็ไม่รู้จะต้องคาใจ เจ็บปวดกันไปอีกนานซักแค่ไหนกันนะ ถ้าให้เปิ้ลมารักกับเรา มันคงจะรู้สึกแย่มากๆ รู้สึกเกร็งๆ เหมือนกัน แต่ถ้าเปิ้ลรักกับชัย น่าจะดีกว่านะ น่าจะปลอดภัยกว่า อบอุ่นใจมากกว่า เพราะชัยไม่ใช่คนหลายใจ ไม่เคยมีผู้หญิงคนอื่นมาก่อน

เพื่อนๆอ่านแล้ ช่วยคิดทีนะ ที่จริง อยากให้เวลาที่ผ่านไปรักษาแผลใจให้หาย แต่เกือบ 2 อาทิตย์แล้ว เปิ้ลกับชัยดูเหมือนจะแย่กว่าเดิม ไม่พูดคุยมองหน้ากันเลย หรือว่า เรา 3 คจะต้องแยกจากกัน เลิกคบกันไปเลยรึเปล่านะ

อาทิตย์หน้าคงได้เข้ามาใช้เนตในตัวเมืองอีก เดี๋ยวร้านจะปิดแล้ว แล้วจะเข้ามาอ่าน ตอบใหม่นะเพื่อนๆ

สุวิทย์

Advertisements

ถึงเพื่อนๆ

ตั้งแต่เรากลับมาทอดกฐินที่บ้านแม่เราที่โคราช ตั้งแต่ 7 พ.ย.51 เราก็กลับไปชุมนุมที่ทำเนียบไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นห่วงทาง กทม.มากๆ เพื่อนๆที่เราไปคุยสร้างแนวร่วมไว้ เคยเข้าไปชุมนุมกับพันธมิตรทุกอาทิตย์ ตอนนี้เค้าถูกญาติพี่น้องในครอบครัวห้ามไม่ให้ไป เพราะกลัวจะโดนระเบิด กลัวตาย เราอึ้งเลยว่ะ เพื่อนๆแนวร่วมที่นี่ 30 คน โดนห้ามเกือบหมด มีเพื่อนที่ยังเป็นแนวร่วมและพร้อมที่จะไป กทม. แค่ 4 คน ที่พ่อแม่เค้าเข้าใจพันธมิตร นึกแล้วก็เศร้าเหมือนกันนะ ที่เพื่อน 26 คน ที่พวกเค้าตั้งใจจะเข้าไปช่วยเป็นการ์ดอาสา ถูกห้ามไม่ให้ลงไป กทม. ทั้งที่แต่ก่อน ญาติพี่น้องของพวกเค้า เข้าใจพันธมิตรนะ แต่พวกเราคงจะอ่อนประชาสัมพันธ์เกินไป

นึกแล้วก็เซ็งว่ะ สันติ อหิงสา แต่พวกมันโยนระเบิดใส่พวกเราอย่างเดียว ลุงจำลองกับลุงสมศักดิ์คงเครียดเหมือนกันนะ แต่เรายิ่งเครียดกว่า ที่เพื่อน 26 คน ถูกห้ามไปพันธมิตร ทั้งๆที่พวกเค้าอยากไปเป็นการ์ด คงจะอึดอัด ทรมานใจแย่เลย คงจะเหมือนกับเพื่อนคู่หูของไอ้บอนแหละ ขนาดบ้านอยู่ใน กทม.แท้ๆ ยังโดนแม่สั่งห้ามมาพันธมิตรอยู่บ่อยๆ ถ้าเป็นเราก็คงห้ามเค้าเหมือนกัน หน้าตาเหมือนคนญี่ปุ่นออกอย่างงั้น พ่อแม่คงห่วงลูกสาวเค้าเป็นธรรมดา แล้วนี่ มาเป็นคู่หูนายบอน คิดดีแล้วเหรอ ไม่โดนนายบอนยุให้หนีแม่มาชุมนุมทุกวันเลยเรอะเนี่ย คิดแล้วก็น่าสงสารเหมือนกันว่ะ มีคนอื่นให้เป็นเพื่อนคู่หูได้ตั้งเยอะ ดันมามีนายบอนเป็นเพื่อนคู่หู ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ เค้าคงต้องอารยะขัดขืนกับแม่เค้าอีกหลายครั้งแล้วล่ะ

มีเพื่อนหลายคนที่อ่าน mblog นายบอน เรื่องชีวิตรักสาวเศร้าของเราแล้ว โทรมาให้กำลังใจ ขอบอกว่า เรายังสบายดี แต่เรื่องนี้คงต้องให้เวลาเราบ้างนะ เราคงจะมีคำตอบที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของเราได้เอง แต่คงเหมือนกับที่เพื่อนคนหนึ่งของนายบอนบอกน่ะแหละว่า เราดวงตก อะไรก็ชวดไปหมด ขนาดบอกให้นายบอนพาไปหาพี่ฮอลล์ ที่ ASTV นัดแจงให้มานั่งกินกาแฟด้วยกันที่ประตู 5 แม่งเอ้ย แค่นี้ยังชวดไปหมด ทั้งๆที่เราก็เดินสวนกะพี่ฮอลล์และเพื่อนคู่หูของนายบอนออกบ่อย โดยเฉพาะเพื่อนไอ้บอน ชอบเดินผ่านหน้าเราแล้วทำหน้าบูดหน้าเบี้ยวให้เห็นตลอด ตั้งใจว่าจะคุยด้วย ก็ยังอดคุยจนได้ ชวดจริงๆเลย ….แต่ก้ไม่รู้ว่าจะได้ไป กทม. ให้ไอ้บอนนัดเจอได้อีกวันไหน ยอมรับตรงๆว่า ไม่กล้าเข้า กทม.ในช่วงนี้ เพื่อนๆที่ถูกพ่อแม่ห้ามไม่ให้ไป กทม.ก็ห่วง เพื่อนการ์ดที่อยู่ใน กทม. ก็ห่วง ขนาดที่มีเพื่อนคอยดูแลอยู่หลายคน ไอ้ นปก. มันยังเข้ามาตี ตอนนี้เหลือเพื่อนที่ติดตามแค่ไม่กี่คน จะไม่เละเหรอ ถ้าเจอกันซึ่งๆหน้าไม่เคยกลัว แต่พวกเลวนี่ มันชอบลอบกัดอยู่บ่อยๆ ตอนนี้ นอกจากต้องคอยสู้กับ นปก.แล้ว เราก็จะต้องคอยต่อสู้ด้านข้อมูลกับญาติพี่น้องของเพื่อนๆแนวร่วมที่เข้าไปชุมนุมกับเรา ทั้งที่แต่ก่อนญาติๆเหล่านั้นก็เปิดใจรับฟัง ยอมรับในการต่อสู้ของพันธมิตรนะ พอมีข่าวความรุนแรงเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. ดูเหมือนว่าญาติๆเหล่านั้นจะเชื่อข่าวสารของ ฟรีทีวี และรัฐบาลมากกว่า แล้วยังมีข่าวทำลาย ใส่ร้ายพันธมิตรออกมาทุกวัน เราล่ะเหนื่อยจริงๆ เรื่องแรกยังชี้แจงไม่ทันจะเข้าใจกันทุกคน เรื่องที่ 2 -3 -4 ก็ตามมาอีก โอย ท่าทางจะแพ้เรื่องข้อมูลข่าวสารซะแล้วล่ะมั้ง

แต่ตอนนี้ก็พอที่จะอุ่นใจได้หน่อย กับไอเดียของไอ้รัตน์ที่ทำกลุ่ม pad-th นี้ขึ้นมา แล้วรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากหลายแหล่งมาให้อ่านในที่เดียว เพื่อนเราคิดถูกจริงๆ เพราะถ้าจะให้ไปทำเวบไซต์ หรือเขียน blog แบบไอ้บอน ก็ยากเหมือนกัน ขนาดเปิดดูเวบผู้จัดการ หรือแค่เปิดอ่าน mblog ยังเข้าไม่ค่อยได้ เนตที่นี่ช้ามากๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่บ้านนอกจะได้ใช้เนตเร็วๆเหมือนใน กทม. ไม่รู้ต้องรออีกกี่ชาติ เปิดเข้าเวบนึงกว่าจะโหลดอะไรในหน้านั้นได้จนครบนั่งรอตั้ง 3-4 นาที กว่าจะได้อ่าน 1 หน้า รอนานมากๆ เดี๋ยวเนตก็หลุดไปเฉยๆ พอมาเป็น pad-th เออ โหลดง่ายดี เพราะมีแต่ตัวหนังสือให้อ่าน ไม่ค่อยมีรูปภาพ เหมาะกับการเปิดอ่านแต่ข้อมูลโดยเฉพาะ ชอบมากที่ให้เขียนอะไรก็ได้ แล้วส่งเมล์เข้ามา ง่ายกว่าเข้า mblog ตั้งเยอะ อยากจะให้เพื่อนช่วยเปิดเป็นกระดานข่าวเหมือนกัน แต่เอาแบบกลุ่มข่าว pad-th ดีกว่า เปิดอ่านทางเวบหรือให้ส่งข้อมูลมาทางอีเมล์ก็ได้ สะดวกมากๆ แม้จะมีแต่ตัวหนังสือ แต่ก๊ดีกว่าไม่มีข้อมูลอะไรให้อ่าน เราก้อยากเขียนบันทึก เขียนข้อมูลเหมือนกัน ไอ้บอนก็ชวนเขียน mblog แต่เข้า mblog แล้ว ยากมากๆ ตอนนี้คงต้องเขียนใส่ pad-th ดีกว่า เขียนได้เหมือนกันนี่นา ถ้าไอ้บอนเขียนบันทึก ก็บอกให้มันส่งเข้ามาใน pad-th ให้ได้อ่านที่นี่ด้วย

เรายอมรับว่า เหนื่อยยใจกับหลายเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรา ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดีเหมือนกัน แต่ถึงจะท้อแท้ แต่เราคงแพ้ไม่ได้ แม้ว่าตอนนี้ดูเหมือนจะแพ้ก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยเราได้มากๆ คือ กำลังใจจากหลายคนที่เค้าเป็นห่วงเรา รวมทั้งคนที่ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยหรือรู้จักหน้าตาของเราเลย คือ แจง เพื่อนคู่หูไอ้บอน กับน้อง nany ที่เราได้อ่านความเห็นของเค้าใน blog ของไอ้บอน 2 สาวนี่จะเขียนให้กำลังใจเราตลอดแต่เราก็ไม่ได้ตอบความเห็นของเค้าซักที อย่างแจง นี่ ขนาเราไม่อยากเปิดตัวให้เค้ารู้จัก ทั้งๆที่เดินสวนกันตั้งหลายครั้ง ความจริงเราก็รู้สึกผิดเหมือนกันนะ ที่ทำตัวเหมือนคนลึกลับเกินไป ทั้งๆที่เค้าคอยให้กำลังใจเรามาตลอด ฝากคำพูดผ่านมาทางไอ้บอนก็หลายครั้ง เราเคยไปยืนดูเค้านั่งคุยกับคนอื่น ก็อยากเข้าไปนั่งคุยกะเค้าเหมือนกัน เพราะเค้าเป็นถึงเพื่อนคู่หูไอ้บอน ก็เท่ากับเป็นเพื่อนของเราด้วย แต่ก็ทำได้แค่คอยยืนดูแล เป็นการ์ดอยู่ห่างๆ เห็นเค้าคุยได้ยันสว่าง ไม่รู้คุยอะไรได้ทั้งคืน แต่ก็นับถือหัวใจของเค้านะ ที่แวะเวียนมาช่วยพันธมิตรหลายครั้ง ดูแล้ว แจงน่าจะเกิดเป็นผู้ชายนะ จะได้มาลุยกะไอ้พวก นปก.ด้วยกันมั่ง

อีกคนคือ น้อง nany ที่อยู่ร้อยเอ็ด ไอ้บอนบอกว่า น้องเค้าเป็นโรคตับ ตับอักเสบอะไรนี่แหละ ต้องคอยดูแลสุขภาพเป็นอย่างดี เพราะจะป่วย ไม่สบายได้ง่ายมากๆ ขนาดเป็นพันธมิตรคนเดียวใน ดง นปก. nany ยังยืนหยัดหนักแน่นกับพันธมิตร หัวใจเข้มแข็งเหมือนแม่ยกพันธมิตรหลายคนจริงๆ ถ้ามีโอกาสได้ไปร้อยเอ็ดอยากจะแวะไปเจอตัวจริงบ้าง เห็นนายบอนเขียนใน blog ว่า น้องเค้าผมหยิก คงไม่หยิกเหมือนผู้หญิงคนนั้นที่ไปกับไอ้หนุ่มเภสัชหรอกนะ… โอยๆๆๆๆๆ ……..ทั้งๆที่ 2 สาวนี่ไม่เคยได้เห็นหน้าเรา ยังติดตามและห่วงใยเรามาตลอด ให้กำลังใจมาตลอด แล้วทำไมคนที่เห็นหน้าเรา รู้จักเราดี ถึงทำกับเราอย่างไม่แยแสเลยนะ ทำไมไม่คิดเหมือนแจง กับ nany บ้างนะ

วันลอยกระทงปีนี้ เราคงได้แต่นั่งผิงไฟใต้แสงจันทร์คนเดียว ไม่มีคนลอยกระทงด้วยเหมือนปีก่อนๆ ขอให้เพื่อนๆ สนุกกับวันลอยกระทงนะ

สุวิทย์

ข้อสังเกตหนึ่งจากที่ชุมนุมพันธมิตร ที่หลายคนอาจจะไม่สังเกต หรือเข้าไม่ถึง
เพราะมัวแต่หงุดหงิดและทุ่มเถียงกับประเด็นร้อนๆที่ออกมา

ข่าวลือ ข่าวปล่อย ที่ออกมาหลายเรื่อง ทำเอาหลายคนวิตก หวั่นไหว ผวา ฯลฯ
แล้วก็ทำให้ตัวเองเครียดๆๆๆๆๆๆ สร้างภาพน่ากลัวไปต่างๆนาๆ

แต่เมื่อติดตามสถานการณ์ไปเรื่อยๆ ไม่เห็นจะเกิดเหตุอย่างที่วิตกกันไปล่วงหน้าเลย

หรือว่า หลายคนสร้างสถานการณ์ให้ดูน่ากลัวไว้ก่อน
เพิ่มความเครียดให้หลายคนไว้ก่อน

ณ ที่ชุมนุม กับชาวกองทัพธรรม ถ้าได้ไปสัมผัสตัวจริงๆของแต่ละคน
ทำไม พวกเขาดูสงบดีจริงๆ
บนพื้นถนน ชาวกองทัพธรรมจะเดินเท้าเปล่า ในขณะที่หลายคนใส่รองเท้า เพราะพื้นถนนมันร้อน

ความร้อนของพื้นถนน ไม่ทำให้ชาวกองทัพธรรมที่เดินเท้าเปล่า วอกแวก
แต่คนที่ใส่รองเท้ากลับทนไม่ไหว
ยิ่งข่าวลือ ข่าวปล่อย กลับทำให้หลายคนทนไม่ไหว เครียด

“สมาธิไม่มี สติไม่เกิด ใครจะทำอะไร คนนั้นก็จะหวั่นไหวได้ง่ายๆ เหมือนเงาในน้ำที่กระเพื่อมไหว ถ้ามองดูเงา ก็จะเห็นภาพสั่นไหว แต่ตัวจริงของเราที่อยู่บนฝั่ง นั่งอยู่นิ่งๆ ไม่ได้สั่นไหวเหมือนเงาในน้ำ”

“ถ้าเรามีสติ รู้ตนว่า เรานั่งนิ่งๆอยู่นะ เราไม่ใช่เงาในน้ำ ไม่ว่าจะมีข่าวปล่อยแค่ไหน เราจะไม่เครียด …

เราต้องอยู่กับตัวตนจริงๆของเรานะ ไม่ใช่อยู่กับเงาของตัวเองในน้ำ”

เป็นข้อคิดที่ลึกล้ำทีเดียว
ในขณะที่หลายคน มัวแต่ตกใจกับเงาในน้ำที่มองเห็น
จน comment กันไป จนเสียความรู้สึกมากมาย
ไหลไปตามกระแสที่เป็นไป

แต่มีน้อยคนครับ ที่อยู่กับตัวตนจริงๆ ไม่ได้หวั่นไหวกับเงาในน้ำ”

ไม่น่าเชื่อว่า เรื่องการเมืองช่วงนี้ ยังมีประเด็นนี้ ซุกซ่อนอยู่


พฤศจิกายน 2008
พฤ อา
« ต.ค.    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

Blog Stats

  • 37,120 hits

Top Clicks

  • ไม่มี