คลังความรู้ by Suwit – PAD K

อย่าคิดยอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายาม

Posted on: มีนาคม 27, 2006

กระดูกทับเส้นประสาท…ของแถมจากห้องน้ำ

     ย้อนหลังไปเมื่อ 16 ปีก่อน ฉันลื่นหกล้มในห้องน้ำก้นกระแทกพื้นอย่างแรงและเจ็บบริเวณเชิงกรานอย่างมาก จะลุกขึ้นก็ไม่ไหว ทั้งบ้านไม่มีใครเลย ฉะนั้น กว่าที่จะตะเกียกตะกายด้วยความพยายามเพื่อไปหาหมอได้ก็เล่นเอารู้สึกปวดร้าวไปทั่วตัวเสียแล้ว คุณหมอเอ็กซ์เรย์และตรวจอาการเบื้องต้น พบว่าว่าร่างกายทุกส่วนเป็นปกติดี คุณหมอจึงให้กินเพียงยาแก้อักเสบและยาทาบรรเทาอาการฟกช้ำ หลังจากนั้นไม่นาน ฉันก็หายเป็นปกติและกลับมาใช้ชีวิตแม่บ้านได้เหมือนเช่นเคย จนกระทั่ง 13 ปีต่อมา ในวัย 53 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ประจำเดือนหมด ฉันต้องเจอกับหลากหลายอาการของวัยทอง ไม่ว่าจะขี้หงุดหงิด ปวดหัว ปวดท้อง ร้อนวูบวาบ และปวดขา

     จากอาการปวดขาธรรมดาก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และปวดร้าวตั้งแต่กระดูกสลักเพชร (กระดูกสะโพกบริเวณแก้มก้นทั้งสองข้าง) วิ่งจี๊ดลงมาปวดจนถึงบริเวณปลายนิ้วเท้าทั้งสองข้าง ซึ่งตอนแรกนั้นคิดเข้าข้างตัวเองว่าคงไม่เป็นอะไรมาก เพราะอาจเป็นเพียงอาการของคนวัยทองเท่านั้น จนกระทั่งเมื่อเห็นว่าอาการมีแต่จะทรุดลง ซึ่งทรมานทั้งร่างกายและจิตใจของตัวเอง เพราะจากที่ทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ ไม่ว่าจะก้มหยิบของหรือทำงานบ้านง่ายๆ ก็กลับทำไม่ได้ และเดินช้าลงมากจนถึงขั้นเดินแต่ละก้าวก็แทบไม่ไหว ในที่สุดฉันจึงตัดสินใจไปหาคุณหมอที่โรงพยาบาล พอไปถึงคุณหมอก็รีบส่งไปเอ็กซ์เรย์ และเมื่อดูผลการตรวจคุณหมอถามขึ้นทันทีว่า ในอดีตฉันเคยหกล้มหรือกระแทกแรงๆ หรือไม่ ฉันจึงเล่าเหตุการณ์หกล้มในห้องน้ำให้คุณหมอฟัง

     ผลจากฟิล์มเอ็กซ์เรย์ระบุชัดว่า กระดูกบริเวณสะโพกมีร่องรอยจากอุบัติเหตุอยู่บ้าง ซึ่ง ขณะนี้บิดตัวกดทับเส้นประสาทบริเวณรอบๆ จึงทำให้มีอาการปวดร้าวเช่นนี้ คุณหมอบอกกับฉันต่อว่า ถึงแม้การผ่าตัดจะช่วยทำให้หายได้ แต่ก็เสี่ยงมาก คุณหมอจึงแนะนำให้ทานยาและใส่เกราะอ่อนป้องกันไว้ พร้อมกับกำชับให้ทำตามหลักปฏิบัติต่างๆ เช่น ห้ามยกของหนัก ห้ามขึ้นลงบันได ห้ามก้มๆ เงยๆ และหากนั่งก็ต้องพิงหลังไว้ด้วย  ระหว่างการรักษา ฉันรู้สึกว่าร่างกายตัวเองดูอ้วนท้วนสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งดูผกผันกับคุณภาพชีวิตที่แย่ลงเรื่อยๆ แค่ขยับตัวก็เจ็บ แล้วก้มมากยิ่งไม่ได้ เพราะต้องใส่เกราะอ่อนรัดตัวไว้ตลอดเวลา ยิ่งกว่านั้นยังต้องสร้างห้องนอนใหม่ที่ชั้นล่าง เพราะขึ้นลงบันไดเองไม่ได้ และจากคนที่ชอบทำงานบ้านเองก็ต้องจ้างแม่บ้านทำแทน แม้ในบางครั้งจะอดเสียไม่ได้ที่จะลงมือทำงานบ้านเอง เพราะหวังว่าการยืนหยัดด้วยแรงกายของตนจะช่วยสร้างกำลังใจให้ตัวเองได้รับรู้ว่า อย่างน้อยฉันก็ยังคงสามารถทำงานได้และมีคุณค่าให้ครอบครัวได้เหมือนแต่ก่อน

     ฉันจึงไม่เคยท้อแท้หรือหมดความหวัง แม้โรงพยาบาลแห่งเดียวอาจไม่ได้ผล แต่ด้วยความตั้งใจที่จะกลับมามีคุณภาพชีวิตให้ได้ดังเดิม สิ่งสำคัญคือความมุ่งมั่นที่จะเสาะหาหนทางรักษาแห่งอื่นๆ อีก จนในที่สุด ฉันเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลอีกถึง 6 แห่งภายในปีเดียว ทั้งการรักษาด้วยยากิน ยาฉีด การนวด ตลอดจนกายภาพบำบัด และแม้ในที่สุดอาการต่างๆ ยังคงอยู่ก็ตามที แต่ความหวังที่อยากจะหายทรมานจากโรคเรื้อรังนี้ไม่จางหาย ถึงแม้ตอนนั้นร่างกายจะดูอ่อนแอ แต่ใจไม่ยอมแพ้ ฉันได้แต่เฝ้าถามตัวเองว่าจะทนกินยาต่อไป และอยู่อย่างทรมานตลอดทั้งชีวิตแบบนี้ได้จริงหรือ แล้วจะทำอย่างไรให้ร่างกายกลับมาสมบูรณ์แข็งแรงโดยไม่ต้องพึ่งยาหรือสารเคมีใดๆ ดังนั้น จึงยังคงเดินหน้าหาหนทางรักษาตัวเองด้วยใจที่มุ่งมั่นต่อไป

ทุกอย่างเป็นจริงได้ ถ้าเราตั้งใจ

     จนกระทั่งวันหนึ่ง น้องสาวได้แนะนำให้ฉันรู้จักกับชีวจิต ซึ่งเป็นวิถีการดูแลสุขภาพด้วยตัวเองแบบธรรมชาติ และทำให้เขาหายป่วยจากโรคไมเกรนได้แล้ว แม้ช่วงแรกๆ อาจไม่เข้าใจแนวทางการปฏิบัติตัวแบบชีวจิตมากนัก แต่เพราะความเป็นคนชอบเรียนรู้และหากสนใจเรื่องใดแล้ว ต้องรู้ลึกรู้จริง จึงตั้งต้นขวนขวายหานิตยสารชีวจิตทั้งฉบับเก่าและใหม่มาอ่าน แล้วค่อยๆ ปรับเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตเสียใหม่ โดยหันมากินข้าวกล้อง น้ำอาร์.ซี. และน้ำเอ็มไซม์ ได้รู้จักวิธีการทำดีท็อกซ์ ซึ่งไม่เพียงดีต่อตัวเองเท่านั้น ยังรวมไปถึงทุกคนในบ้าน ทั้งคุณแม่ ลูกสาว และหลานสาวทั้งสอง ต่างก็ชื่นชอบและเริ่มหันมาทานอาหารเพื่อสุขภาพด้วยกัน สร้างบรรยากาศครอบครัวรักสุขภาพได้อย่างดี

     ถึงแม้ฉันยังไม่ได้เคร่งครัดมากนัก หากผลที่ได้เป็นสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นตามลำดับและไม่ต้องทานยาเช่นเดิม แต่ทว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวจาก 55 กิโลกรัม เป็น 70 กิโลกรัม ก็ไม่มีทีท่าว่าจะลงได้ง่ายนัก จนเมื่อกันยายนปีที่ผ่านมา น้องสาวซึ่งสนใจชีวจิต ก็ชวนฉันสมัครเข้าร่วมคอร์สชีวจิตที่สวนสามพราน จากจุดนี้เองที่นำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงอย่างมากมายในชีวิตของฉัน

คุณภาพชีวิตดีที่สร้างเองได้

     ฉันยังจำภาพได้ดีว่า หลังจากกลับจากคอร์สชีวจิตวันแรก เพราะรำกระบองทำให้แทบต้องคลานเข้าบ้านแทนการเดินก็ว่าได้ ตอนนั้นปวดขามาก ในใจก็นึกว่าฉันจะยอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้เลยหรือ โชคดีที่มีกำลังใจดี อีกทั้งเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นและทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจจริง หลังจากกลับถึงบ้านจึงทำอย่างต่อเนื่อง จากวันแรกที่ได้เข้าคอร์สครั้งนั้นจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีวันใดที่ฉันจะหยุดดูแลสุขภาพตามแนวทางชีวจิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรำกระบอง ทุกๆ วันช่วงเวลา 5 โมงเย็น ซึ่งเป็นเวลาทองสำหรับฉันและหลานสาวทั้งสองที่จะได้ออกกำลังกายด้วยการรำกระบอง ต่อด้วยการเดินเร็วจากหน้าบ้านไปและกลับปากซอยรวม 10 รอบ ซึ่งเคยวัดเป็นระยะทางได้ 1 กิโลเมตร

     ทุกวันนี้ ฉันมีความสุขที่หาซื้อที่ไหนไม่ได้กลับคืนมา เพราะไม่ต้องกินยา ไม่ต้องนวดแก้ปวดเมื่อย หน้าตาและผิวพรรณดูสดใส น้ำหนักลดลง ได้กลับมาใส่เสื้อผ้าขนาดเดิมๆ  และไม่ต้องใส่เกราะอ่อนรัดอีกต่อไป ที่สำคัญมีความสุขที่เดินไปไหนมาไหนและทำอะไรคนเดียวได้เอง ถึงแม้จะมีใครหลายคนได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และชื่นชมกับสุขภาพของฉันที่ดูสดใสแข็งแรงขึ้นในวันนี้ แต่พวกเขากลับไม่เอาจริงเอาจังในการปฏิบัติตัว ซ้ำร้ายบางคนคิดว่ายากทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มต้น ฉันจึงมักจะบอกทุกคนอยู่เสมอว่า “ถ้าใครปฏิบัติก็ได้ ไม่ปฏิบัติก็ไม่ได้” เพราะเรื่องสุขภาพนี้ถ้าทำ ก็ได้กับตัวคุณเอง ฉันเคยบอกน้องชายที่ท้อแท้กับการรำกระบองว่า “ทุกอย่างอยู่ที่ใจใช่ไหม ถ้าใจไม่สู้ ก็แพ้แล้วนะ”

     สิ่งสำคัญคือความต่อเนื่อง สม่ำเสมอ ซึ่งสำคัญมาก เพราะถ้าทำหนึ่งวันแล้วหยุดไปสามวัน ความขี้เกียจจะมาฉุดรั้งให้จิตใจเราท้อถอยได้ เพราะคุณภาพชีวิตที่ดีของคุณในวันนี้ ไม่ได้อยู่ที่ใคร หากแต่อยู่ที่ตัวเรามุ่งมั่นและตั้งใจทำอย่างต่อเนื่อง

ที่มา นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 179

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

มีนาคม 2006
พฤ อา
« ก.พ.   เม.ย. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

Blog Stats

  • 37,222 hits

Top Clicks

  • ไม่มี
%d bloggers like this: